RSS

Tanbo Art ศิลปะแห่งนาข้าว

03 Aug

ศิลปะนาข้าว กำลังจะกลับมาอีกครั้งในเร็วๆนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นในนาข้าวญี่ปุ่น
ข้าวซึ่งถือเป็นอาหารหลักของคนญี่ปุ่นที่เติบโตในแปลงนาอันอุดมไปด้วยน้ำ
ต้นข้าวจะเติบโตในฤดูร้อน และจะถูกเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง
ศิลปะนาข้าวจะใช้ต้นข้าวในแปลงนาอันเปรียบเสมือนพู่กันยักษ์
ที่จะสร้างสรรค์ศิลปะแห่งพืชพันธุ์บนผืนผ้าใบธรรมชาติ  ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

หมู่บ้านที่เป็นต้นกำเนิดแห่งศิลปะนาข้าว คือ หมู่บ้านอินะคะดาเตะ แห่งเมืองอาโอะโมริ
ซึ่งได้จัดงานเฉลิมฉลองการจัดกิจกรรมนี้ครบรอบเป็นปีที่ 18 โดยเริ่มแรก ชาวบ้านได้ใช้พันธุ์ข้าว 3 แบบ
ที่มีความแตกต่างกันของสีสันและมีความหลากหลายของต้นข้าว มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะในหุบเขาอิวากิ
เพื่อให้สมกับคำที่ว่า “หมู่บ้านแห่งศิลปะนาข้าว” บนผืนนาขนาด 54 เมตร ยาว 47 เมตร
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็ได้เพิ่มขนาดของผืนผ้าใบและเพิ่มความยากในการสร้างงานศิลปะเพิ่มขึ้น
ดังเช่นผลงาน “โมนาลิซ่า” ของ ลีโอนาร์โด ดาวินซี

และผลงานซีรีย์ชุด “Thirty-six Views of Mount Fuji” อันลือชื่อของ คัทซึชิคะ โฮะคุไซ


ฤดูร้อนในปีนี้ พวกเขาได้ปลูกข้าวถึงห้าชนิด ที่มีสีสันแตกต่างกันและมีความหลากหลายลงบนแปลงนาขนาดใหญ่
ขนาดความกว้าง 143 เมตร และยาว 104 เมตร เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ชื่อว่า
“Ushiwaka and his subordinate Benkei” (รูปในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียง)
ซึ่งกำลังจะปรากฏขึ้นในปีนี้

ศิลปะนาข้าวได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2008 ณ เมืองเกียวดะ จังหวัดไซตามะซึ่งที่นี่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตคันโต
ในครั้งนั้นได้ทำแปลงนาข้าวทางฝั่งตะวันออกสร้างสรรค์เป็น “Kodaihasu no Sato” หรือ สวนดอกบัว
ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในอินะคาดาเตะมูระ ขนาดจะใหญ่ใกล้เคียงพอๆกับโตเกียวโดม
ใช้ผู้ร่วมสร้างสรรค์ราว 300-400 คน  สำหรับปีนี้จะเริ่มต้นทำกันตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน

การปลูกข้าวจะเริ่มประมาณ 10 โมงเช้า และใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะใช้วิธีปลูกข้าวด้วยมือ
ยืนเรียงแถวในแปลงนา เว้นระยะห่างของแถวที่จะปักดำต้นข้าวราวๆ 30 เซนติเมตร
จากนั้นจะใช้วิธีด้นถอยหลังตามเส้นเชือกจากจุดกึ่งกลางมาด้านนอกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

สำหรับภาพในปีนี้จะเป็นภาพ “NARITA Nagashika” (Nobou –sama) และ “Oshijo” (ปราสาท)
จากนวนิยายในประวัติศาสตร์  (Nobou’s Castle) อยู่ในเมืองเกียวดะ ภาพปราสาทนี้ออกแบบโดย อาโอยากิ คินิจิ
จากเมืองคาวาโกเอะ จังหวัดไซตามะ  งานศิลปะชิ้นนี้คาดการณ์ว่าจะสร้างให้สำเร็จในเดือนสิงหาคม
ก่อนที่จะมีการเก็บเกี่ยวข้าวในวันที่ 16 ตุลาคม

มูราตะ คิโยฮารุ แห่งเมืองเกียวดะ เจ้าหน้าที่งานส่งเสริมสิ่งแวดล้อม กระทรวงการเกษตรฯ กล่าวว่า

“จุดมุ่งหมายของเราคือการสร้างประสบการณ์ชีวิตให้กับประชาชน
เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นที่ผูกพันกับการปลูกข้าว
จารีตประเพณีแบบดั้งเดิม ซึ่งเราปลูกข้าวกันโดยใช้มือ”

เมืองนี้ยังเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วม โดยเป็นกิจกรรมระหว่างประเทศ
เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ศิลปะนาข้าว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดำนาจะได้รับค่าแรง 1,000 เยนสำหรับผู้ใหญ่
และ 500 เยนสำหรับเด็กนักเรียนประถมเพื่อเป็นการขอบคุณ นอกจากนี้ ยังมอบข้าวให้ผู้เข้าร่วมอีกคนละ 2 กิโลกรัม
ส่วนผู้ที่สนใจเข้าชม จะเสียค่าธรรมเนียม 400 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 เยนสำหรับเด็ก

งานศิลปะในครั้งนี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมจนกว่าฤดูเก็บเกี่ยวจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน

* แปลบทความจากวารสาร Hiragana Times ฉบับเดือนสิงหาคม 2553

 
Leave a comment

Posted by on 08/03/2010 in Life in japan, News, Variety

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: