RSS

A day in Bangkok(ภาค1)

25 May

“อย่าวิ่ง! … ถ้าวิ่งจะอันตรายนะ!!”

“ปัง ปัง ปัง” เสียงปืนดังก้องกังวานออกมา

เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผม และอาจารย์ของโรงเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นวาเซดะอีก 3 คน รวมเป็น 4 คน เดินเร่งฝีเท้าอยู่ริมถนนบนซอยราชวิถี 1 ที่อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง โดยพยายามทำตัวให้เป็นเป้าสายตาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้วยความเครียดและวิตกกังวลที่อยู่ภายในจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย ขณะที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่านดำมืด ซึ่งเสียงที่ส่งมายังพวกเราว่า “อย่าวิ่ง” เป็นเสียงของชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นที่คงมองออกถึงความวิตกกังวลจากท่าทางของพวกเรา

ช่วงดึกของวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม ผมได้รับการบอกเล่าทางโทรศัพท์จากอาจารย์ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ใกล้กับบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงว่า “ได้ยินเสียงระเบิดกับเสียงปืนตลอดทั้งคืน” การปะทะกันอย่างรุนแรงขยายตัวขึ้นตั้งแต่ค่ำวันที่ 12 พฤษภาคม จากสถานที่ชุมนุมบริเวณราชประสงค์ไปถึงถนนราชปรารภ ตลอดจนลุกลามไปยังสามเหลี่ยมดินแดงอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว

อาจารย์ของโรงเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นวาเซดะหลายคน จะอาศัยอยู่คนเดียวในอพาร์ทเมนต์ที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS ตั้งแต่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รางน้ำ และดินแดงครับ ตอนแรกพวกอาจารย์พูดว่า “จะอยู่ที่อพาร์ทเมนต์ตราบเท่าที่ยังไม่รู้สึกว่าอันตราย” แต่พอการปะทะกันอย่างรุนแรงขยายตัวเข้าไปใกล้อพาร์ทเมนต์แค่ไม่กี่สิบเมตร อาจารย์ก็เปลี่ยนมาบอกว่า “ถ้าเป็นไปได้ก็อยากหลบภัยไปจากที่นี่” ครับ

จากอีเมลติดต่อของสถานทูตญี่ปุ่นสำหรับคนญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทยระบุว่า
“กรุณาระงับการออกไปข้างนอก ให้อยู่แต่ในบ้าน” แต่กลับไม่มีคำแนะนำที่เป็นรูปธรรม ว่าควรจะทำอย่างไรดี ในกรณีที่เกิดระเบิดและยิงกันใกล้ๆ กับหน้าบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับอาจารย์ A.Y อาจารย์ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์บนถนนราชปรารภใกล้กับโรงแรมอินทราครับ

นอกจากนี้ยังมีอาจารย์อีก 3 ท่านที่อาศัยอยู่ห่างจากสามเหลี่ยมดินแดงเพียง 10 เมตรได้แก่ อาจารย์ผู้ชายชื่ออาจารย์ A อาจารย์ผู้หญิงชื่ออาจารย์ O และอาจารย์ T.Y ครับ ด้วยความเป็นห่วงอาจารย์ที่อายุยังน้อย เช้าวันที่ 15 พฤษภาคม ผมจึงเดินจากบ้านบนถนน ซอยสุขุมวิท 26 มุ่งหน้าไปยังซอยราชปรารภครับ

ผมใช้เวลาเดินทางลัดเลาะเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมงจนมาถึงฝั่งตรงข้ามโรงแรมอินทรา แต่กลับพบว่ามีบรรดาทหารจำนวนมากหมอบอยู่ตามฟุตบาท หรือซ่อนอยู่ตามเงาตึก แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งท่าจะยิงปืน แต่ก็จ้องมองอีกฝั่งฝากของถนนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด พอผมถามว่า ผมจะข้ามไปอพาร์ทเมนต์ของอาจารย์ A.Y ที่อยู่ฝั่งตลาดประตูน้ำได้ไหม ทหารนายหนึ่งปรามผมว่า “อาจจะถูกคนเสื้อแดงเล็งเอาก็ได้นะ”

ผมเดินตามถนนราชปรารภขึ้นเหนือมุ่งหน้าไปยังสามเหลี่ยมดินแดง แต่ไม่สามารถข้ามไปยังซอยรางน้ำได้ บนถนนมีล้อยางรถยนต์ และยางรถยนต์ไหม้เกรียมวางเกลื่อนกลาด ความรู้สึกประหนึ่งเหมือนได้มาสนามรบเลยล่ะครับ

เพราะไม่มีทางเลือก ก็เลยต้องเดินกลับตามช่องทางที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้นบอกครับ

เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์มีความตึงเครียดอย่างรุนแรงทั่วทั้งบริเวณที่ตั้งอพาร์ทเมนต์ของอาจารย์ที่อยู่บนถนนราชปรารภไปจนถึงดินแดง นอกจากนี้ยังทำให้เข้าใจเรื่องราวดังต่อไปนี้ด้วยครับ

  • ช่วงระยะเวลาระหว่างฟ้าสางตั้งแต่ 6 โมงถึงประมาณ 9 โมงเช้าเป็นเวลาพัก หยุดการปะทะและเข้าสู่ความสงบ (กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาล, กองกำลังรักษาความสงบก็คงจะเหนื่อย หมดแรงกันแล้วกระมังครับ?)
  • การจะไปถนนราชปรารภฝั่งตะวันตกที่พวกอาจารย์อาศัยอยู่ จะต้องเข้าจากทางสถานีรถไฟฟ้า BTS พญาไท และจำเป็นต้องวนเข้ามาจากถนนพระราม 6 นอกจากนี้ผมยังได้เรียนรู้ว่าทั้งฝ่ายทหาร และประชาชนที่อาศัยในบริเวณนั้น (บางทีอาจจะเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง) เองก็จะใจดี และสุภาพกับผมซึ่งเป็นคนต่างชาติมากๆ ครับ

ก่อนที่การปะทะกันจะรุนแรงมากกว่านี้ จะต้องมั่นใจว่าพวกอาจารย์ได้อพยพหนีภัยไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว และทางรัฐบาลได้กำหนดจำกัดเวลาในการใช้สลายการชุมนุมในเวลา “บ่าย 3 โมงของวันที่ 17 พฤษภาคม” ดังนั้นถ้าจะหนีภัย ก็ต้องเป็นก่อนหน้านั้นแหละครับ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

Tags:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: