RSS

ว่าด้วยการชม

31 Mar

ผมอยู่เมืองไทยมาก็เกือบจะ 7 ปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้มาจนถึงปัจจุบันนี้คือ “คนไทยเป็นคนที่ชอบชมเชยคนอื่น” เช่นพอคนญี่ปุ่นพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย ก็จะชมว่า “พูดภาษาไทยเก่งจัง” หรือตอนที่ขับรถในกรุงเทพฯ ก็จะได้รับคำชมว่า “เก่งจังเลยนะครับ รถติดขนาดนี้ แถมกฎจราจรก็มั่วซั่ว” อย่างไรก็ดี การชมแล้วทำให้คนอื่นรู้สึกดีถือเป็นพรสวรรค์ของคนไทยเลยนะครับ ส่วนคนญี่ปุ่นเนื่องจากยังคงเชื่อมั่นในความคิดที่ว่า “ถ้าหากไม่ดุด่าว่ากล่าวเข้มงวด คนก็จะไม่เติบโต” หรือ “ถ้าตามใจก็จะเสียคน สิ่งที่ตามมาไม่ก่อผลดีต่อคนๆนั้น” ตอนแรกๆ ก็เลยไม่ค่อยชินน่ะครับ

แต่ว่า ตอนนี้ผมรู้สึกว่า “ที่คนที่ชอบชมเชยคนอื่น เป็นคนที่คำนึงถึงผลสัมฤทธิ์การสื่อสารไม่ใช่หรอกเหรอครับ” ลำดับแรกคือมองหาข้อดี และยอมรับคุณค่าของคนอื่น แล้วจึงเริ่มการสื่อสาร จะทำให้คนอื่นมองเราในด้านดีกลับคืนมาด้วยเช่นกัน เมื่อเกิดบรรยากาศในเชิงบวกขึ้นระหว่างทั้ง 2 คนแล้วจึงพูดเข้าเรื่องก็ยังไม่สายเกินไปนะครับ

นอกจากนี้ในช่วงนี้ในญี่ปุ่นยังมีองค์กรวิจัย เปิดเผยผลการสำรวจว่า “การชมเชยและการเลี้ยงดู” ส่งผลด้านบวกต่อการเลี้ยงดูเด็กเป็นอย่างมาก ดังการสรุปในบทความของหนังสือพิมน์ต่อไปนี้
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

การเลี้ยงดูเด็กด้วยการชมเชย
:
การเลี้ยงเด็กให้มีความสามารถในการปรับตัวในสังคมสูง สำรวจจากกลุ่มผู้ปกครองและลูกจำนวน 400 กลุ่ม

จากการสำรวจขององค์กรส่งเสริมเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลามากกว่า 3 ปี พบว่า เด็กที่ได้รับการชมเชย และได้รับคำพูดอย่างอ่อนโยนจากผู้ปกครอง จะมีความสามารถในการปรับตัวในสังคมสูง ไม่ว่าจะเป็นความเป็นตัวของตัวเอง และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อดีของ “การเลี้ยงเด็กด้วยการชมเชย” จากการสำรวจระยะยาวเป็นครั้งแรก

การสำรวจนี้ จัดทำขึ้นในจังหวัดโอซาก้าและจังหวัดมิเอะ โดยมีผู้ปกครองและเด็กจำนวน 400 กลุ่มเป็นเป้าหมาย ซึ่งติดตามผลเด็กตั้งแต่เมื่อเป็นทารกอายุ 4 เดือนไปจนถึงอายุ 3 ปีครึ่งในปีค.ศ. 2009 ส่วนฝ่ายผู้ปกครอง คือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็ก โดยจะใช้แบบสอบถามและการสังเกตพฤติกรรมในการสำรวจ ซึ่งมีหัวข้อในการประเมินทั้งหมด 30 หัวข้อ ใน 5 สาขา เช่นอิทธิพลจากผู้ปกครองด้าน “ความเป็นตัวของตัวเอง” ที่มีต่อเด็ก หรือ “การมีส่วนร่วม” เมื่อผู้ปกครองส่งยิ้มให้แล้วยิ้มตอบกลับมาเป็นต้น
ผลหลังจากสังเกตพฤติกรรมหลังจากอายุ 1 ปีครึ่ง พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้รับการชมเชยแล้ว เมื่ออายุ 3 ปีครึ่ง เด็กที่ได้รับการชมเชยจากผู้ปกครองบ่อยๆ จะมีความสามารถในการปรับตัวในสังคมสูงกว่าถึง 2 เท่า อีกทั้ง นอกเหนือจากการชมเชยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่มีแนวโน้มที่ทำให้ความสามารถในการปรับตัวในสังคมสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการมองจ้องตา▽การร้องเพลงร่วมกัน ขยับร่างกายให้เข้ากับจังหวะ▽ไม่ทุบตี▽การเตรียมพร้อมต่อกิจวัตรประจำวัน▽อ่านหนังสือด้วยกัน และออกไปเที่ยวนอกบ้าน เป็นต้น

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ด้วยความที่ผมเองก็เป็นคนญี่ปุ่น จึงชมเชยคนอื่นไม่ค่อยเก่ง แต่จากนี้ไปก็คิดว่าอยากจะชมเจ้าหน้าที่คนไทยและนักเรียนให้มากขึ้น!! ถึงจะกระชั้นชิดไปบ้าง แต่ก็ขอขอบคุณ P ซัง ที่ช่วยแปลบล็อกนี้ให้อย่างดีเยี่ยมเสมอมา แต่เอ … เหมือนเสแสร้งยังไงก็ไม่รู้ไหมล่ะครับ

 
2 Comments

Posted by on 03/31/2010 in By Khun Shu, Variety

 

2 responses to “ว่าด้วยการชม

  1. オイ

    04/02/2010 at 9:27 am

    อ้าว!! นึกว่าคุณชูเป็นคนเขียนเป็นภาษาไทย ยังแอบทึ่ง …

    ต้องขอบคุณ คุณ P ซังด้วยค่ะ ที่แปลมาให้อ่านอย่างสนุกสนาน

    และต้องขอบคุณคุณชูด้วย ที่หมั่นสรรหาเรื่องราวดีดีมาให้อ่านกันค่ะ

     
  2. Khun Shu

    04/02/2010 at 9:31 am

    オイさん、コメントありがとうございます。
    私はタイ語をパソコンで打つのにすごーく時間がかかります。
    たぶんタイの小学生よりも遅いと思います。
    たいわせだには、パーンさんというすばらしいスタッフがいるので、
    とても助かっているんです。

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: