RSS

วันวานยังหวานอยู่ 2

19 Feb

เหตุผลหนึ่งที่ “ญี่ปุ่นในอดีตเมื่อไม่นานมากนัก” เป็นแหล่งรวบรวมความนิยมในหลายๆ ปีเอาไว้ได้ ก็คือ การเปลี่ยนแปลงของประชากร กล่าวคือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้เข้าสู่ยุค “เบบี้บูม” ถึง 2 ครั้ง โดยเบบี้บูมเป็นปรากฏการณ์ที่มีประชากรที่อยู่ในวัยเด็กเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับวัยอื่นๆ

โดยปรากฏการณ์เบบี้บูมครั้งที่ 1 เกิดขึ้นหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลง เมื่อประมาณปีค.ศ. 1946-1950 เนื่องจากเป็นยุคสมัยแห่งสันติภาพ สภาพสังคมมีความปลอดภัยเหมาะแก่การเลี้ยงดูลูก และปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในยุโรป และอเมริกาอีกด้วย

ขณะที่ปรากฏการณ์เบบี้บูมครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อคนที่เกิดในยุคเบบี้บูมครั้งที่ 1 แต่งงานกัน และมีลูก อยู่ในช่วงประมาณปีค.ศ. 1970-1975 ซึ่งจะว่าไปแล้วผมก็เป็นคนที่เกิดในยุคเบบี้บูมครั้งที่ 2 นี่แหละครับ และเนื่องจากประชากรที่เกิดในยุคเดียวกันมีจำนวนมาก การสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่กระทั่งการหางานจึงมีการแข่งขันขับเคี้ยวกันอย่างสูง จนกล่าวได้ว่าเป็นผลเสียของปรากฏการณ์

ทั้งนี้ “ญี่ปุ่นในอดีตเมื่อไม่นานมากนัก” ได้รับความนิยมในช่วงเวลาเดียวกันกับที่คนที่เกิดในสมัยเบบี้บูมครั้งที่ 1 เกษียณอายุจากการทำงาน ขณะที่คนที่เกิดในยุคเบบี้บูมครั้งที่ 2 อยู่ในวัยเจริญพันธ์ กำลังแต่งงานหรือดูแลลูก กล่าวคือ กลุ่มคนที่อายุประมาณ 60 ปี เมื่อเกษียณอายุจากการทำงานที่บริษัท อีกทั้งลูกก็เรียนจบมหาวิทยาลัย หรือแต่งงานแล้ว คนกลุ่มนี้จึงสามารถใช้เงินและเวลาได้อย่างเหลือเฟือ จนทำให้คิด “โหยหา” วันเวลาที่ตัวเองยังเป็นเด็กที่ทั้งผู้คนและสังคมยังอยู่กันแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ และอยากจะกลับไปสัมผัสกับบรรยากาศในสมัยก่อนอีกสักครั้ง ถึงแม้ว่าในขณะนั้นจะไม่ได้อยู่สุขสบายเท่ากับปัจจุบันก็ตาม เห็นได้จากเมื่อมีการฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง “Always” ซึ่งได้รับการตอบรับในญี่ปุ่นอย่างท่วมท้น จนกลายเป็นหัวข้อสนทนาแม้แต่ในประเทศไทย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีผู้ที่ร้องไห้ในโรงภาพยนตร์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่เกิดในยุคเบบี้บูมครั้งที่ 1

ขณะเดียวกัน คนที่เกิดในยุคเบบี้บูมครั้งที่ 2 เป็นกลุ่มคนซึ่งอยู่ในวัยที่ต้องใช้จ่ายเงินมากที่สุดในช่วงชีวิตมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน รถยนต์ หรือจ่ายค่าเล่าเรียนลูก ถือเป็นลูกค้ากลุ่มที่สำคัญที่สุดของธุรกิจผู้ขายสินค้าและบริการเลยล่ะครับ

เมื่อปีที่แล้ว ที่ผมกลับญี่ปุ่น ผมได้เห็นโฆษณาขายรถยนต์สำหรับครอบครัวใช้เพลงประกอบของค่าย BGM ซึ่งเป็นเพลงรักที่ได้ความนิยมอย่างสูงในสมัยที่ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัย (เมื่อประมาณ 18 ปีที่แล้ว) คนที่อยู่ในยุคเดียวกันที่ได้เห็นโฆษณานี้ ก็คงจะมีความรู้สึก “โหยหา” ว่า “ตอนนั้นคิดแต่เรื่องสนุกๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนรัก หรือเรื่องท่องเที่ยว ดีจังเลยนะ” จนกล่าวได้ว่าบริษัท และผู้ผลิตโฆษณาที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมาย (คนรุ่น 31-39 ปี หรือคนที่มีครอบครัวแล้ว) ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ในคราวก่อนที่ผมแนะนำ “เพลินวาน” ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในบรรยากาศ “อดีตเมื่อไม่นานมากนัก”  อันที่จริงเมื่อหลายปีก่อนไทยเองก็มีภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากด้วยเหมือนกันนี่ครับ ในภาพยนตร์ใช้สถานที่ในจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมีภาพบ้านเรือนไม้เรียงรายสองฟากฝั่ง และใช้เพลงประกอบหลายเพลงจากวง “สาว สาว สาว” วงดนตรีที่ได้รับความนิยมล้นหลามในทศวรรษ 1980  ซึ่งคงจะทำให้กลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปอย่างวุ่นวาย เร่งรีบ เอาแต่มุ่งความสนใจไปที่บริษัทหรือครอบครัว ได้ฉุกคิดถึงชีวิตที่สบายๆ และแสนสุขในวัยเด็ก รวมถึงเกิดความรู้สึก “โหยหา” ขึ้นบ้างล่ะครับ

แต่ว่าถ้าผมเอาแต่เล่าเรื่องเก่าโบราณมากเกินไป จะถูกเจ้าหน้าที่คนไทยที่ยังอายุน้อยในโรงเรียน (พีซัง) ว่าเอาได้ว่า “แก่แล้วใช่ไหมล่ะคะ เป็นคุณลุงแล้วเนอะ” เลยพอแค่นี้ดีกว่าครับ

 
1 Comment

Posted by on 02/19/2010 in Variety

 

One response to “วันวานยังหวานอยู่ 2

  1. オイ

    02/23/2010 at 7:08 am

    คุณชูยังไม่เป็นคุณลุงหรอกค่ะ ยังเรียกพี่ได้อีกหลายปี🙂

    ได้ข่าวว่า ตอนนี้คุณชูอยู่ที่ญี่ปุ่นใช่มั้ยคะ คิดฮ้อดหลาย

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: